นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

Shopcsomic ตัวแทนจำหน่าย ในเครือ บริษัท โอมนิคอสมิค จำกัด ซึ่งต่อไปเรียกว่า "บริษัท"  ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านให้ความสนใจในการใช้บริการในเครือบริษัท บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งใช้บริการ ทำธุรกรรม หรือร่วมกิจกรรมใดๆ กับบริษัท โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์และบริการในเครือของบริษัท ได้แก่ เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย (Social Media) แอปพลิเคชันในระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ เว็บแอปพลิเคชัน และช่องทางอื่นๆ ในอนาคต โดยมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนดประกอบด้วยการแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลที่จัดเก็บ ระยะเวลาที่จัดเก็บ บุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย ข้อมูลของผู้ควบคุมข้อมูล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ข้อ 1:  แหล่งที่มา หรือช่องทางของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวบ
ข้อ 2: ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทจัดเก็บ

ข้อ 3: ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์คนไร้ความสามารถและคนเสมือนไร้ความสามารถ

ข้อ 4:จุดประสงค์การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และการเปิดเผยข้อมูล
ข้อ 5: ข้อจำกัดในการใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 6: การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 7: นโยบายคุกกี้ (Cookie) พิกเซล (Pixel) ไอพี แอดเดรส (IP Address)
ข้อ 8: ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ข้อ 9:  สิทธิของเจ้าของข้อมูล

ข้อ 10:ผลกระทบหากไม่ยินยอมให้จัดเก็บข้อมูล

ข้อ 11:การคุ้มครองข้อมูลการเงินของท่าน
ข้อ 12: การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ข้อ 13: การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายส่วนบุคคล
ข้อ 14: เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 15: ช่องทางการติดต่อบริษัท

ข้อ 1:แหล่งที่มาหรือช่องทางของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

 

ท่านอาจเลือกที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัทฯได้ ดังเช่นการกรอกข้อความลงในแบบฟอร์มที่ปรากฏบนเว็บไซต์ หรือ ณ หนึ่งในร้านค้าของบริษัทฯ หรือ ที่เคาน์เตอร์ การเข้าร่วมประกวดแข่งขัน และ การจับรางวัล การสร้างบัญชีบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือโดยผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ การให้ข้อมูลแก่หนึ่งในแพลตฟอร์มสังคมของเรา การสมัครเพื่อปฏิบัติภารกิจ หรือการติดต่อบริษัทฯผ่านอีเมลล์ โทรศัพท์ ช่องทางการพูดคุยสด แชท ไลน์ อินบ็อกซ์ แมสเซนเจอร์ หรืออื่นๆ

ข้อ 2: ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทจัดเก็บ

 

ข้อมูลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯอาจรวมไปถึง ชื่อ ที่อยู่  อีเมลล์ และ หมายเลขโทรศัพท์  ข้อมูลทางการเงินหรือเครดิตการ์ด คำบรรยายส่วนตัว และ รูป ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ และ เนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น หากท่านทำการล็อกอินเข้าใช้งานเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งของเรา ท่านได้ให้อนุญาตบริษัทฯในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวทางสื่อสังคมของท่านบนสื่อสังคมที่เกี่ยวข้องได้

เมื่อท่านได้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เราอาจใช้ คุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นใดที่ทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลของท่าน  ตามการยินยอมของท่าน ตาม นโยบายคุ้กกี้ของบริษัท

หากท่านกำลังใช้งานแอปพลิเคชันอันหนึ่งอันใดของบริษัทฯ   บริษัทฯอาจเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้งานแอปพลิเคชันของท่าน

 

ข้อมูลทางเทคนิค รวมถึงที่อยู่ IP ข้อมูลการล็อกอินของท่าน ชนิดและเวอร์ชั่นของเบราว์เซอร์ เครื่องมือระบุอัตลักษณ์ สถานที่และโซนเวลาที่กำหนดไว้ ชนิดและเวอร์ชั่นของการเชื่อมต่อเบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการ และ แพลตฟอร์ม ระยะเวลาการตอบสนองหน้าเว็ป และความผิดพลาดของการดาวน์โหลด

 

ข้อมูลเกี่ยวกับการเยี่ยมชมของท่าน รวมถึงเว็บไซต์ต่างๆที่ได้เข้าไปเยี่ยมก่อน หรือ หลังจากเว็บไซต์ของเรา และผลิตภัณฑ์ที่ท่านเลือกดู หรือ เคยค้นหา ระยะเวลาการเยี่ยมชมหน้าเว็ปหน้าหนึ่ง ข้อมูลการตอบสนองต่อหน้าเว็บไซต์ (เช่น การเลื่อน การคลิก และ การเคลื่อนเมาส์) และวิธีการที่ใช้ในการค้นหาหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว

  

ข้อ 3: ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถและคนเสมือนไร้ความสามารถ

 

กรณีที่บริษัท ทราบว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมในการเก็บรวบรวม เป็นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ สพร. จะไม่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ตามแต่กรณี ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

กรณีที่ บริษัท ไม่ทราบมาก่อนว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ และมาพบในภายหลังว่า บริษัท ได้เก็บรวบรวมข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยยังมิได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ตามแต่กรณี ดังนี้ สพร. จะดำเนินการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นโดยเร็วหาก บริษัท ไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายประการอื่นนอกเหนือจากความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

ข้อ 4: จุดประสงค์การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และการเปิดเผยข้อมูล

วัตถุประสงค์เบื้องต้นของบริษัทในการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล คือ เพื่อให้ผู้ใช้บริการแต่ละรายของบริษัทได้รับสินค้าและบริการที่ดีจากบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ท่านตกลงและยินยอมให้บริษัทสามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในการติดต่อ หรือส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมดหรือบางส่วน ไปยังบริษัทในเครือของบริษัทหรือพันธมิตรในทางธุรกิจผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทําการตลาด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ท่าน โดยไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าแก่ท่าน

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวของท่านจะถูกเก็บรวบรวมและรักษาไว้ บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือส่งต่อแก่บุคคลภายนอก รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้อง บริษัทพันธมิตร เพื่อประโยชน์ของท่านและของกิจการบางส่วน ดังต่อไปนี้

1. เพื่อสนับสนุนการส่งมอบบริการ, โฆษณา, ผลิตภัณฑ์, สิทธิพิเศษ, กิจกรรมด้านการตลาดที่ตรงกับความต้องการของท่าน ผ่านช่องทางส่วนบุคคลที่ท่านยินยอมให้บริษัท
2. เพื่อวิจัยและวิเคราะห์ประสบการณ์ของผู้ใช้บริการเว็บไซต์, แอปพลิเคชัน และโซเชียลมีเดีย (Social Media) ทำให้ท่านสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และตรงกับพฤติกรรมของท่าน
3. เพื่อปรับแต่งข้อเสนอ โฆษณา สิทธิพิเศษ กิจกรรมด้านการตลาด หรือเนื้อหาที่คุณสนใจ ซึ่งจะส่งให้ท่านผ่านทางช่องทางต่างๆ ของบริษัท  เช่น เว็บไซต์, อีเมล, การแจ้งเตือนภายในเว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย, หรือช่องทางอื่นๆ ในอนาคต
4. เพื่อดำเนินการตามคำสั่งซื้อของท่านผ่านแพลตฟอร์ม และช่องทางต่างๆสำหรับสินค้า ไม่ว่าจะขายโดยบริษัท หรือบริษัทพันธมิตร
5. เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าผ่านทางแพลตฟอร์มและช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะดำเนินการโดยบริษัท หรือบุคคลภายนอก รวมถึงบริษัทพันธมิตร
6. เพื่อติดต่อผู้ใช้งานสำหรับการให้บริการ และดูแลผู้ใช้งาน หรือสำหรับการสื่อสารด้านการตลาดที่ได้รับอนุญาตตามช่องทางการสื่อสารที่ท่านยินยอมให้ทางบริษัท
7. เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย
8. เพื่อคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยของบริษัท หรือของผู้ใช้บริการของบริษัท

บริษัทอาจใช้ผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลภายนอกในการช่วยเสนอบริการด้านต่างๆ ของบริษัท รวมถึงอาจมีการจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลในระบบคลาวด์ (Cloud) ในต่างประเทศ ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ให้บริการนั้นไม่มีอำนาจในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่ดำเนินการแทนบริษัทโดยอิสระแต่อย่างใด และผู้ให้บริการดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้

นโยบายส่วนบุคคลนี้ไม่ครอบคลุมการรวบรวม และการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอก ที่กระทำโดยบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นผู้โฆษณา ผู้ให้บริการ ผู้ขายสินค้าในเว็บไซต์อื่นๆ ที่เชื่อมต่อ (Link) กับเว็บไซต์, แอปพลิเคชัน, โซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือช่องทางในอนาคตของบริษัท การเชื่อมโยงระบบโซเชียลมีเดีย (Social Media) เพื่อแชร์เนื้อหาในช่องทางของบริษัท หากการกระทำใดๆ ก็ตามที่ขัดต่อกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใดๆ อันเนื่องมาจากการกระทำหรือการรวบข้อมูลโดยบุคคลภายนอก

ข้อ 5: ข้อจำกัดในการใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

1. บริษัทจะใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามความยินยอมของท่าน โดยจะต้องเป็นการใช้ตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลของบริษัทเท่านั้น บริษัทจะกำกับดูแลพนักงานหรือผู้ปฏิบัติงานของบริษัทมิให้ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล หรือเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่
1.1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญา ฯลฯ
1.2) เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
1.3) เพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น
1.4) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัท
1.5) เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
1.6) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
1.7) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
2. บริษัทอาจใช้บริการสารสนเทศของผู้ให้บริการ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เพื่อให้ดำเนินการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งผู้ให้บริการนั้นจะต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยห้ามดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่บริษัทกำหนด

ข้อ 6: การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

ในบางกรณี  บริษัทอาจจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ท่าน เช่น เพื่อส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังระบบคลาวด์ (Cloud) ที่มีแพลตฟอร์มหรือเครื่องแม่ข่าย (Server) อยู่ต่างประเทศ (เช่น ประเทศสิงคโปร์ หรือสหรัฐอเมริกา เป็นต้น) เพื่อสนับสนุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับบริการของบริษัท ที่ท่านใช้งานหรือมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นรายกิจกรรม

ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการต่างๆ เพื่อทำให้ท่านมั่นใจได้ว่า การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะโอนอย่างปลอดภัยและบุคคลที่รับโอนข้อมูลนั้นมีระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม หรือกรณีอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และบริษัทจะขอความยินยอมจากท่าน เพื่อการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ หากจำเป็นต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด

 ข้อ 7: การใช้ คุกกี้  และ นโยบายคุกกี้

 

 ไฟล์คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึงกัน และการติดตามการเก็บและใช้

7.1  “ไฟล์คุกกี้” คือ หน่วยของข้อมูลที่สามารถถูกส่งไปยังโปรแกรมที่ช่วยค้นหาเว็บของท่านซึ่งโปรแกรมที่ช่วยค้นหาเว็บของท่านอาจเก็บไฟล์คุกกี้ไว้บนระบบของท่านตามที่ท่านได้ตั้งค่าไว้ในโปรแกรมดังกล่าว ไฟล์คุกกี้จะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับระบบการใช้ของท่าน แต่ไม่จำกัดเฉพาะประเภทโปรแกรมที่ช่วยค้นหาเว็บและหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address)


7.2  เว็บไซต์ใช้ไฟล์คุกกี้ตามแต่โอกาสต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนข้อมูลและบริการที่ท่านได้รับ เพื่อทำการนำทางไปยังเว็บไซต์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เว็บไซต์ไม่ใช้ไฟล์คุกกี้เพื่อการรับข้อมูลที่จะทำให้มันระบุตัวตนของท่าน เว้นแต่ในกรณีที่ท่านได้ยินยอมที่จะให้ข้อมูลดังกล่าวไว้ล่วงหน้าแล้ว


7.3  ท่านมีทางเลือกที่จะกำหนดให้โปรแกรมที่ช่วยค้นหาเว็บในอินเตอร์เน็ตทำการแจ้งให้ท่านทราบเมื่อท่านได้รับไฟล์คุกกี้เพื่อให้ท่านได้มีโอกาสตัดสินใจว่าจะยอมรับไฟล์คุกกี้นั้นหรือไม่ นอกจากนี้ ท่านมีทางเลือกที่จะปิดกั้นไฟล์คุกกี้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามโปรดทราบว่าถ้าท่านปฏิเสธหรือปิดกั้นไฟล์คุกกี้ ท่านอาจไม่สามารถที่จะใช้ฟังก์ชั่นทั้งหมดที่มีในเว็บไซต์ได้


7.4 การจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบอื่นๆ

บริษัทอาจใช้เทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูลในเครื่องประเภทอื่นๆ เช่น Local Shared Object (ที่รู้จักกันว่า “Flash” คุกกี้) และการจัดเก็บข้อมูลในเครื่องแบบ HTML ในส่วนที่เกี่ยวกับการบริการของเรา เทคโนโลยีเหล่านี้คล้ายคลึงกับคุกกี้ที่มีอธิบายไว้ข้างต้น โดยจะมีการจัดเก็บเทคโนโลยีเหล่านี้ไว้ในอุปกรณ์ของคุณและสามารถนำไปใช้เพื่อจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมหรือความชื่นชอบของคุณ 

ท่านสามารถศึกษาข้อมูลรายละเอียด ได้ที่.  นโยบายคุกกี้

ข้อ 8: ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

 บริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเท่านั้น ตามรายละเอียดที่ได้กำหนดไว้ในนโยบาย ประกาศหรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาและข้อมูลส่วนบุคคลของท่านสิ้นความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว บริษัท จะทำการลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้ต่อไป ตามรูปแบบและมาตรฐานการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่คณะกรรมการหรือกฎหมายจะได้ประกาศกำหนดหรือตามมาตรฐานสากล อย่างไรก็ดี ในกรณีที่มีข้อพิพาท การใช้สิทธิหรือคดีความอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัท ขอสงวนสิทธิในการเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด

ข้อ 9: สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการดำเนินการ ดังนี้

1. การเพิกถอนความยินยอม : ท่านมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมของท่านในการจัดเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท

2. การขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล : ท่านสามารถขอเข้าถึง ขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธคำขอของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งศาล

3. การได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และถ่ายโอนข้อมูล : ท่านมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลที่ได้ให้ไว้กับบริษัทในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีสิทธิในการถ่ายโอนข้อมูลของท่านสำหรับการใช้งานในบริการของบุคคลอื่น และในการใช้สิทธิดังกล่าวนี้ ท่านมีสิทธิที่จะให้บริษัทถ่ายโอนข้อมูลไปยังบุคคลอื่นๆ โดยตรง หากสามารถกระทำได้โดยทางเทคนิค

4. การคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล : ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับท่าน ในกรณีดังนี้

4.1) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง

4.2) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่กรณีจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท

4.3) กรณีที่เป็นข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้ด้วยเหตุจำเป็น เพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท หรือเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท เว้นแต่บริษัทแสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

5. การขอลบ หรือเปลี่ยนแปลงสถานะข้อมูลส่วนบุคคล : ท่านสามารถขอให้ลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกลายเป็นข้อมูลที่ไม่ระบุตัวบุคคล เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว

6. การขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล : ท่านสามารถขอให้บริษัทระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมด หรือบางส่วน เป็นการชั่วคราวหรือถาวร

7. การแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง : ท่านสามารถขอแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง และทำให้ข้อมูลของท่านเป็นปัจจุบัน

8. การร้องเรียน : ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่ท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทนั้นฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ข้อ 10:ผลกระทบหากไม่ยินยอมให้จัดเก็บข้อมูล

ในกรณีที่ บริษัท มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือเพื่อความจำเป็นในการเข้าทำสัญญา หากท่านปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือ คัดค้านการดำเนินการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรม อาจมีผลทำให้ บริษัท  ไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการตามที่ท่านร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน และท่านอาจได้รับความสะดวกในการใช้บริการน้อยลง หรือ ไม่สามารถเข้าถึงฟังก์ชันการใช้งานบางอย่างได้  

ข้อ  11:การคุ้มครองข้อมูลการเงินของท่าน

การรักษาความลับข้อมูลด้านการเงินส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งต่อบริษัท บริษัทจะไม่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่เท่าที่ระบุไว้ในนโยบายส่วนบุคคลฉบับนี้ ดังนั้น ข้อมูลสถิติของผู้ใช้บริการ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลที่ท่านให้ความยินยอมต่อผู้โฆษณา หรือพันธมิตรทางธุรกิจเกี่ยวกับบริการทางการเงิน รวมถึงการใช้บริการของลูกค้าของบริษัท

ท่านรับทราบ และตกลงว่าเพื่อให้คําสั่งซื้อหรือรับบริการจากบริษัทให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ท่านอาจต้องใส่ข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิตของท่านในการทําธุรกรรมดังกล่าว บริษัทขอแจ้งให้ท่านทราบว่าข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตดังกล่าวได้รับการรักษาความปลอดภัยโดยการเข้ารหัส (encryption) ที่ได้มาตรฐานโดยทั่วไปและปลอดภัย

ข้อ 12: การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทมีมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล โดยการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลให้สามารถเข้าถึงได้โดยเจ้าหน้าที่เฉพาะรายหรือบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่หรือได้รับมอบหมายที่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้แล้วเท่านั้น ซึ่งบุคคลดังกล่าวจะต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของ บริษัทอย่างเคร่งครัด ตลอดจนมีหน้าที่รักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนเองรับรู้จากการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ โดย บริษัท มีมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลทั้งในเชิงองค์กรหรือเชิงเทคนิคที่ได้มาตรฐานสากล และเป็นไปตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

      นอกจากนี้ เมื่อ บริษัทอาจ มีการส่ง โอนหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สาม ไม่ว่าเพื่อการให้บริการตามพันธกิจ ตามสัญญา หรือข้อตกลงในรูปแบบอื่น  บริษัทจะกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความลับที่เหมาะสมและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่ เก็บรวบรวมจะมีความมั่นคงปลอดภัยอยู่เสมอ

ข้อ 13: การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายส่วนบุคคล

บริษัทอาจจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เมื่อมีวัตถุประสงค์ใหม่หรือมีความจำเป็นเพื่อมีความจำเป็นเพื่อให้บริการดีขึ้นหรือเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเราจะขอความยินยอมจากคุณทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขนโยบายโดยเผยแพร่ประกาศการแก้ไขเพิ่ม

ข้อ 14: เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ กำกับและให้คำแนะนำในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562   

ข้อ 15: ช่องทางการติดต่อบริษัท

หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ตลอดจนมีข้อสงสัย หรือมีความประสงค์ขอใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางดังนี้ 

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท โอมนิคอสมิค  จำกัด
49/527 นวมินทร์ 26 คลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพ10240 

อีเมล์ info@omnicosmic. net

โทรศัพท์ 0-2090-2389

ปรับปรุงล่าสุด วันที่ 30 เมษายน  2565