หลังทดลองใช้จริง 30 วัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเอาจแตกต่างกันขึ้นกับแต่ละบุคคล

ครีมแก้ฝ้า 

ครีมทาฝ้า

ครีมสเต็มเซลล์พืช

PHYTONUTRIENTS DAY CREAM

FACIAL WHITENING GEL/Skin Radiance & Brightening 

สูตรค้นคว้าวิจัย โดย ศ.ดร.พรงาม

นวัฒกรรมใหม่ ครีมรักษาฝ้า ครีมแก้ฝ้า ที่มีสารสกัดจากสเต็มเซลพืชธรรมชาติ Delentigo 

ครีมทาฝ้า สูตรกลางวัน ลดเลือน ฝ้า กระ จุดด่างดำแห่งวัย อย่างได้ผลดีเช่นเดียวกับสูตรกลางคืน 

พร้อมปกป้องผิวจาก UVA/UVB  และยังช่วย เบลอรูขุมขน  ให้หน้าผ่องมีออร่า 

ครีมทาฝ้า สูตรกลางวัน Phytonutrients Daycream Facial Whitening  ผลงานวิจ้ย นวัตรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเวชศาสตร์ชลอวัย ช่วยลดเลือนจุดด่างดำแห่งวัย หรือ Agespots  ด้วยเทคโนโลยีอนุภาคนาโนที่คัดสรรจากสารสกัดพืชชั้นเลิศทั้งใน และต่างประเทศ เช่น DELENTIGO™  Plant Growth Essential สวิสเซอร์แลนด์ เป็นสารสกัดจากเซลล์รากพืชอ่อนงอก(สเต็มเซลล์พืช Plant Stem Cell)   มาเสริมคุณค่าด้วยอนุภาค Nano White ในรูปแบบไลโปโซม ช่วยทำให้เนื้อครีมทาฝ้าซึมซาบเร็ว   ลดฝ้ากระแห่งวัย(age spots)  จุดด่างดำแลดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ ปรับผิวให้ขาวกระจ่างใสและเนียนเรียบ สีผิวสม่ำเสมอ เป็นครีมรักษาฝ้าที่เหมาะกับผู้มีผิวแพ้ง่าย เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของ สารเร่งขาว สารแต่งสี พาราเบน น้ำหอม และแอลกอฮอล์ ที่เป็นอันตรายต่อผิว

 

นอกจากนี้ยังสามารถทาตอนกลางวันได้เนื่องจากเป็นไวทเทนนิ่ง ที่ไม่มีส่วนผสมของ Vitamin C , ใส่ Glucobright และ Safe-B3 เข้ามาแทน ซึ่ง เป็น สารไวทเทนนิ่งที่ไม่ดูดความร้อน เมื่อเจอแดด อีกทั้งยังมีส่วนผสมของ Titanium และ Zinc oxide ชนิด liquid nano โมเลกุลเล็ก ช่วยป้องกันรังสี UVA/UVB และ สามารถใช้เป็น เมคอัพเบส กระจายแสง เบลอรูขุมขน ให้หน้าแลดู เนียน ผ่อง กระจ่างใส 

​ครีมแก้ฝ้า สูตรกลางวัน Phytonutrients Daycream มีคุณสมบัติเด่น คือ 

  •  ช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนผิวหน้า ทำให้ฝ้า กระ และ age spots แลดูจางลง

  • บำรุงผิวหน้าขาวกระจ่างใส มีสีผิวสม่ำเสมอทั่วใบหน้า 

  • สามารถทากลางวันได้ ไม่มีส่วนผสมที่ไวต่อแสง ไม่ทำให้หน้าแสบแดง

  • ไม่ใส่สารเคมีเร่งขาว (ไม่มีส่วนผสมของ สเตียรอยด์ สารปรอท ไฮโดรควิโนน)

  • สามารถใช้แทน เมคอัพเบส ช่วยกระจายแสง เบลอรูขุมขน หน้าเนียนผ่อง กระจ่างใส

  • มีส่วนผสมช่วย ป้องกัน รังสี UVA/UVB สำหรับวันที่ออกแดดเบาๆ แสงไฟ จอคอม จอมือถือ

  • เนื้อครีมแก้ฝ้ามีความเนียนนุ่มในแบบ วิปครีม ทาแล้วแตกเป็นน้ำ บางเบา ไม่หนักหน้า ไม่อุดตันผิว ไม่ทำให้หน้าเหนอะ

ด่วน!Add line และพิมพ์คำว่า "Daycream" สิทธิซื้อในราคารีวิว

วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2562 เท่านั้น!! 

Add01.gif

ครีมรักษาฝ้า

ครีมทาฝ้า

ครีมทาฝ้า สูตรกลางวัน

PHYTONUTRIENTS

DAYCREAM FACIAL WHITENING

สารสกัดสำคัญ ที่ช่วยลด และ ป้องกัน ฝ้ากระ

1. DELENTIGO™ Plant Growth Essential (Switzerland)

สารสกัดจากต้นอ่อนพืชจากสวิสเซอร์แลนด์ (Plant Stem Cell) ผ่านการรับรองโดยผลวิจัยของ Mibelle Biochemistry Switzerland ว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีส่วนช่วยลดเลือนจุดด่างดำแห่งวัย หรือ agespot ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีสรรพคุณลดการผลิตเม็ดสีเมลานิน (Melanin) และลดการก่อตัวของ Lipofuscin

ผลการวิจัย จากการทดลองทาครีมที่มีส่วนผสมของ Delentigo™ 4% ลงบนหลังมือของกลุ่มผู้ทดลองชาว Caucasian จำนวน 12 คน ผู้ทดลองมีอายุระหว่าง 40-66 ปี วันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องกัน 8 สัปดาห์ พบว่าจุดด่างดำ agespot ลดเลือนลงกว่า 50% อีกทั้งยังทำให้สีผิวดูเรียบเนียน สมำเสมอขึ้นอีกด้วย (Mibelle Biochemistry Switzerland, Switzerland, 2010)

2. GlucoBright™ (N-acetyl-D Glucosamine)

สาระสำคัญที่ออกแบบมาเพื่อใช้ควบคู่กับ Vitamin B3 (Niacinamide) โดย GlucoBright™ ทำหน้าที่เป็นไวท์เทนนิ่ง ช่วยชะลอกระบวนการผลิตเม็ดสีผิวที่อาจทำให้ผิวเข้มขึ้น ลดเลือนรอยดำ agespot และยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเซลล์ผิวให้สร้าง Hyaluronic Acid ตามธรรมชาติ ผิวจึงเรียบเนียน กระจ่างใส

* ใน Darkspot corrector จะใช้ vitamin B3 ชนิดพิเศษ Safe-B3 ซึ่ง Niacin ต่ำ ทำให้คนที่แพ้ วิตามินบี3 สามารถใช้ได้

3.  Safe-B3™

วิตามิน B3 ชนิดพิเศษ มีความบริสุทธิ์สูง และมีสาร Niacin ต่ำ จึงสามารถใช้เป็นหนึ่งในสาระสำคัญของเซรั่มรักษาฝ้าได้อย่างปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง ผู้ที่มีผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้อย่างมั่นใจ ช่วยลดเลือนรอยแดงจากสิวและรอยดำ รวมถึงลดการระคายเคืองได้เป็นอย่างดี

จากผลการวิจัย รายงานว่าเมื่อใช้ GlucoBright หรือ Glucosamine ร่วมกับ Vitamin B3 (Niacinamide) จะส่งผลให้เกิดกระบวนการชะลอการก่อสีผิว (Inhibition of Pigmentation Process) อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ

4. Zinc Oxide 35nm Liquid : ซิงค์ ออกไซด์ นาโน (35นาโนมิเตอร์)

ป้องกันได้ทั้ง UVA/UVB น้ำหนักเบา ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ไม่อุดตันรูขุมขน มีความปลอดภัยสูง สามารถกระจายตัวได้ง่ายและสมบูรณ์ โดยผงขนาด 35นาโนมิเตอร์ เป็นระดับที่สามารถกันแสง UVA ได้ดี และไม่ทำให้ขาววอกบนผิว

*ควรใช้ร่วมกับ Titanium Dioxide 15nm Liquid เพื่อให้สามารถกันแดดได้ในช่วงกว้างขึ้น (broad-spectrum) ครอบคลุมความยาวคลื่นทั้ง UVA/UVB ได้อย่างสมบูรณ์*

5. Titanium Dioxide 15nm Liquid : ไททาเนียมไดออกไซด์ 

ป้องกันได้ทั้ง UVA/UVB น้ำหนักเบา ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ไม่อุดตันรูขุมขน มีความปลอดภัยสูง มีอนุภาคเล็กขนาด 15นาโน จึงไม่ทำให้ผิววอก

ชนิดเหลว 15nm Liquid ไม่ทำให้ขาววอก แต่ให้ความเงางาม (Gloss) เหมาะสำหรับใช้ในสูตร Outdoor

ความแตกต่างระหว่าง Titanium Dioxide และ Zinc Oxide: ส่วนผสมทั้งสองตัว ทำหน้าที่ป้องกันแสง UV ในช่วงความยาวคลื่นที่แตกต่างกัน โดย Titanium Dioxide สามารถป้องกัน UVA ช่วงคลื่นสั้น และ UVB ช่วงคลื่นทั้งสั้นและยาว ในขณะที่ Zinc Oxide สามารถป้องกัน UVA ช่วงคลื่นยาวได้ดี ในการผสมสูตรครีมกันแดด จึงควรใช้ส่วนผสมทั้งสองตัว เนื่องจากจะสามารถครอบคลุม UVA/UVB ได้ทุกความยาวคลื่น อย่างสมบูรณ์

ผลกระทบ จาก UVA และ  UVB ต่อผิว

  • UVA :  ทะลวงผิวได้ลึก กว่า UVB (ถึงชั้น demis ) ทำลายคลอลาเจนใต้ชั้นผิว  และ กระตุ้นการผลิตเม็ดสี ก่อให้เกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอยก่อนวัย ตามมา

  • UVB : การ burning ทำให้ผิวไหม้เกรียม แสบแดง เมื่อโดนแดดเป็นเวลานาน อาจเกิดการระคายเคือง ได้

ดังนั้น Daycream บำรุง ที่ดี ควรป้องกันทั้ง  UVA (ค่าPA) และ UVB (ค่าSPF) เพื่อป้องกันผิงจาก ฝ้ากระ ริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ ผิวเสื่อมสภาพ 

ผลตรวจ สารกันแดด ใน ครีมทาฝ้า

PHYTONUTRIENTS DAYCREAM FACIAL WHITENING

ผลตรวจ สารกันแดด ใน ครีมทาฝ้า

PHYTONUTRIENTS DAYCREAM FACIAL WHITENING

เดย์ครีมทาฝ้า phytonutrients 

 

  • SPF11 หมายถึง ป้องกัน UVB 90% 

 

  • PA +++ หมายถึง ป้องกัน UVA ระดับสูงสุด

เหมาะ กับการ ป้องกัน ฝ้า กระ ริ้วรอยก่อนวัย

ในความเป็นจริง SPF 10 ขึ้นไป ความสามารถในการป้องกัน UVB ไม่ต่างกันมาก ในทางกลับกัน SPF ยิ่งสูง โอกาสระคายเคืองยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีผิวแพ้ง่าย

*หาก ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้ทำงานกลางแจ้ง สามารถใช้แทนกันแดดได้ 

แต่ถ้าทำงานกลางแจ้งตากแดดทั้งวัน ควรทากันแดดทับ เพื่อป้องกันการ ผิวไหม้ หมองคล้ำ burning จาก UVB

ครีมทาฝ้า สูตรกลางวัน

DAY CREAM FACIAL WHITENING

SPF11 PA+++

ครีมแก้ฝ้า

 เหมาะกับใครบ้าง

1.  ผู้ที่มีปัญหา ฝ้า กระ ผิวไวต่อแสง ต้องการ ครีมทาฝ้าที่สามารถทากลางวันได้ โดยไม่ทำให้หน้าบาง

2. ผู้ที่มีผิวคล้ำเสีย ต้องบำรุงให้ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมปกป้องผิวจาก UVA UVB

3. ผู้ที่ต้องการเมคอัพเบส ช่วยให้หน้ากระจ่างใสออร่า พรางรูขุขน พร้อมกับ ช่วยบำรุงผิว ลดฝ้ากระในเวลาเดียวกัน

4. ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย เป็นสิวง่าย เกิดผื่นแพ้ง่าย และ ต้องการสกินแคร์กลุ่ม whitening ที่ทากลางวันได้ ไม่มัน ไม่เหนอะ ไม่ทำให้หน้าแสบแดง 

5. ผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์​หรือ ใช้จอมือถือเป็นประจำ ไม่ได้ออกแดดมาก ต้องการครีมที่เป็นทั้งบำรุง และ ป้องกันการเกิดฝ้ากระจากแสงจอคอมผิวเตอร์

อย-13.png

ด่วน!Add line และพิมพ์คำว่า "Daycream" สิทธิซื้อในราคารีวิว

วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2562  เท่านั้น!! 

Add01.gif

ถ้าไม่อยากหน้าพัง! เพราะครีมแก้ฝ้าผสมสารอันตราย แก้ได้ด้วยแนวทางเลือกใหม่ ครีมทาฝ้า จากสารสกัดพืชธรรมชาติ ปลอดภัย ได้ผลจริง 

 

สาวๆ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาหน้าเป็นฝ้าอาจกำลังต้องการการรักษาอย่างถูกวิธี เพราะหลายคนที่เลือกครีมรักษาฝ้าผิด แทนที่จะได้ผิวกระจ่างใส กลับกลายเป็นผิวติดสารแทนเพราะใช้ครีมเร่งขาวซึ่งผสมสารอันตราย!

สาวๆ รู้ไหมคะว่าการที่เราจะมีผิวขาวใส ไร้ฝ้าอย่างเป็นธรรมชาติได้นั้น เราต้องเริ่มต้นจากการเลือกครีมรักษาฝ้าที่ปลอดภัย ไม่ผสมสารอันตราย แต่ทุกวันนี้หลายคนกลับเลือกสวยทางลัดด้วยการหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริงจากครีมที่ผสม “สารเร่งขาว” ซึ่งสารเหล่านี้ล้วนแต่เป็นอันตรายต่อผิวของเราทั้งสิ้น

ในครีมแก้ฝ้าเหล่านี้มักผสมสารอันตรายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสารปรอท ไฮโดรควิโนน หรือสเตียรอยด์ ซึ่งช่วงแรกที่เราใช้ครีมนั้นทาผิว สารอันตรายเหล่านี้ก็จะทำหน้าที่ลอกผิว ทำให้ผิวบางและขาวซีดจนดูเหมือนผิวใสขึ้น ฝ้าจางลง จุดด่างดำลดลง แต่สุดท้ายเมื่อสารต่างๆ สะสมอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมา หรือที่เราเรียกกันว่า “ผิวหน้าติดสารหรือแพ้สาร” นั่นเอง

สังเกตอย่างไรว่าผิวหน้าติดสารจากการเลือกครีมทาฝ้าแบบผิดๆ

1. ผิวหน้าติดสารปรอท

สำหรับผิวที่ติดสารปรอทซึ่งเป็นโลหะหนักที่เป็นพิษจากการใช้ครีมทาฝ้านั้น สังเกตได้คือผิวที่เราทาครีมผสมสารปรอทจะมีอาการอักเสบ มีรอยไหม้แดง มีสิวเม็ดใหญ่ๆ ผุดขึ้นมาเป็นจำนวนมากผิดปกติ ผิวบางทำให้คล้ำแดดและแสบง่าย เกิดรอยด่างดำ ด่างขาว ฝ้าเลือดหรือเกิดเส้นเลือดเล็กๆ เห็นได้ชัดเจนบนผิวหน้า

2. ผิวหน้าติดสเตียรอยด์

ผิวหน้าที่ติดสเตียรอยด์ซึ่งผสมอยู่ในครีมรักษาฝ้า สามารถสังเกตอาการได้คือจะมีตุ่มแดงคล้ายสิวแบบไม่มีหัวผุดขึ้นติดกันเป็นแพ ผิวหน้าแดงและอักเสบ บอบบาง แพ้ครีมหรือเครื่องสำอางอื่นๆ ง่ายขึ้น มีโอกาสติดเชื้อง่ายขึ้นเพราะสเตียรอยด์ออกฤทธิ์ในการลดประสิทธิภาพการทำงานของภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ผิวหน้าจะกระจ่างใสในช่วงแรกๆ ที่ใช้ครีม แต่เมื่อหยุดใช้จะเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นเรื้อรัง รักษายาก

 

3. ผิวหน้าติดสารไฮโดรควิโนน

ผิวหน้าที่ติดไฮโดรควิโนนซึ่งผสมอยู่ในครีมแก้ฝ้า โดยปกติ  อย.กำหนดให้ผสมสารไฮโดรควิโนน  ไฮโดรควิโนนใส่ในครีมทาฝ้าได้ไม่เกิน 2% และห้ามทาติดต่อกันเกิน 6เดือน ครีมที่มีส่วนผสมสารไฮโดรควิโนนในปริมาณ เกิน2% อาจทำให้ผิวขาวไวใน 3-7 วัน  แต่ถ้าใช้ไปนานๆอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น สิวอักเสบเรื้อรัง ฝ้าดำ ฝ้าเส้นเลือด ด่างขาว หรือหนักกว่านี้อาจเกิด ผิวหนังอักเสบแพ้อย่างรุนแรง ผิวกลับมาคล้ำและเป็นฝ้าถาวร  เป็นมะเร็งผิวหนัง ไฮโดรควิโนนจึงจัดเป็ฯสารอันตรายที่ควรใช้ภายใต้การควบคุมแพทย์ เนื่องจากเป็นสารอันตราย 

 

เมื่อได้รู้ถึงความน่ากลัวของการเกิดผิวติดสารไปแล้ว เราจึงควรหันมาใช้ครีมทาฝ้าที่มีส่วนผสมจากพืชธรรมชาติและสารที่ปลอดภัยต่อผิวจะดีกว่า โดยเฉพาะสารสกัดจากพืชซึ่งได้รับการวิจัยแล้วว่าสามารถรักษาฝ้าอย่างได้ผล

ลองมาดูสารที่สามารถลดและรักษาฝ้าได้จริง ซึ่งขอแอบกระซิบบอกว่าสารสกัดเหล่านี้ได้รับการวิจัยจากห้องทดลองพร้อมกับผ่านการรับรองผลมาแล้วว่า รักษาฝ้าได้จริงแบบไม่เป็นอันตรายต่อผิวค่ะ

  • Black Facebook Icon

© 2017 by Ingredients. Proudly created with Shopcosmics.com